Quantcast

Details

  • Last Online: 7 hours ago
  • Gender: Male
  • Location: Thailand
  • Contribution Points: 0 LV0
  • Roles:
  • Join Date: December 21, 2025
Completed
Your Third
0 people found this review helpful
3 days ago
12 of 12 episodes seen
Completed 0
Overall 5.0
Story 5.0
Acting/Cast 9.0
Music 8.0
Rewatch Value 6.0

Your Third (2026) ที่สามของเธอ

สำหรับซีรีส์เรื่อง "ที่สามของเธอ" (Your Third Series) เป็นซีรีส์วาย (Boys' Love / BL) แนว โรแมนติก-คอมเมดี้ (Romantic Comedy) มีจำนวนตอน 12 ตอน ในด้านของเนื้อเรื่องและพล็อต (Plot & Storyline) โดยเป็นเรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ "คุณสาม" นายใหญ่แห่งไร่อดิศวร เกิดมีปัญหาหัวใจ เกียวกับความรัก จึงหนีไปอยู่เกาะฝั่งใต้ ทำให้ “คุณสิบ” เจ้านายใหญ่ มีภารกิจให้“แจม” ผู้ช่วยเลขาไปตามหาหาเขา การพบกันระหว่างคุณสามและแจม ความใกล้ชิด ทำให้เกิดการพัฒนาความสัมพันธ์เกิดขึ้น ส่วนตัวคิดว่าภาพรวม การดำเนินเรื่องช่วงแรกเป็นช่วงที่เนื้อหามีความตื่นเต้น ตอยทีที่อยู่บนเกาะระหว่างแจมและคุณสาม เราจะได้เห็นถึงการพัฒนาความสัมพันธ์ การเดินเรื่องทีค่อยเป็นค่อยไป การมีโมเม้นต์ต่อกัน แต่พอกลางๆเรื่อง ถึงตอนท้าย ความสนุกและความตื่นเต้นลดลง ส่วนตัวคาดหวังที่ให้พล็อตเรื่องมีความน่าสนใจ ชวนให้ติดตามในทุกๆตอนให้มากกว่านี้

ส่วนของตัวละครและนักแสดง (Characters & Cast) นักแสดงทุกคนสามารถแสดงได้ดี สมบทบาท เป็นธรรมชาติ ยิ่งคนที่รับบทคุณสาม กับสกิลคอมเมดี้ขั้นสุดไปเลย 5555

ต่อมาโปรดักชั่น (Production & Direction) โปรดักชันจาก Mandee Work ขึ้นชื่อเรื่องงานภาพอยู่แล้ว ภาพที่ออกมามีความสวย การจัดองค์ประกอบต่างๆ ช่วยส่งต่อเรื่องราวได้ดี ซีนที่ผมชอบมากที่สุดซีนทีนั่งริมทะเลมองพระอาทิตย์ตกภาพออกมามีความโรแมนติก สวย แต่สิ่งที่ผมอาจจะไม่ค่อยชอบเท่าไร อาจจะเป็นซีน NC จริงๆ อยากให้ทำเหมือนสไตด์เดิมเรื่องอื่นๆ Mandee Work เรื่องที่ผ่านมาใช้แสง สี เสียง ตัวช่วยเสริม NC ให้มีความเป็นอาร์ตมากขึ้นๆ ก็ทำให้ซีนนั้นมีความน่าสนใจมากขึ้น

สุดท้ายสำหรับเรื่อง"ที่สามของเธอ" (Your Third Series) ผมให้ 5/10 เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวตัวคาดหวังไว้มาก แต่ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังไว้โดยเฉพาะตัวเนื้อเรื่อง ทั้งหมดเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น สามารถรับชมได้ทุกตอนทาง IQIYI

Read More

Was this review helpful to you?
Completed
Seoul Trip
0 people found this review helpful
3 days ago
6 of 6 episodes seen
Completed 0
Overall 6.0
Story 5.0
Acting/Cast 10
Music 5.0
Rewatch Value 5.0

Seoul Trip 서울여행

สำหรับเรื่อง Seoul Trip (서울여행) เป็นซีรีส์วายขนาดสั้น (Miniseries) แนวโรแมนติก เรท 18+ (Sexual Content) ของเกาหลีใต้ ด้วยจำนวนตอนเพียง 6 ตอน ตอนละไม่เกิน 10 นาที สำหรับเรื่องนี้ผมขอกล่าวรวมละกัน เป็นเรื่องราวเกี่ยว อูจิน (Woojin) มาเทียวที่โซลครั้งแรก และเดินไปชนชายคนหนึ่งชื่อว่า แจฮี (Jaehee) เดินได้สักพักพึ่งรู้ตัวว่าโทรศัพท์และกระเป๋าตังหายเลยติดตาม แจฮี (Jaehee) ที่ห้อง เกิดเหตุการณ์ต่างๆทีไม่คาดคิดตามมา ส่วนตัวคิดว่าเนื้อเรื่องอาจขาดความน่าสนใจ การนำเสนออยากให้มีเหตุและผลมากขึ้นทำให้เนื้อเรื่องนี้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น ถ้าจะหาสิ่งที่ผมชอบเรื่องนี้ ผมชอบเคมีของนักแสดงมีความน่ารัก หล่อ เท่ห์ รูปร่างดี จริงๆถ้าเนื้อเรื่องดีจะเสริมให้นักแสดงออกมาดีมากครับ ส่วนเซ็กส์ซีน (Sex Scene) ถ้าเพิ่มเหตุและผลมากขึ้น ก็ทำให้ฉากเหล่านี้มีความหมายยิ่งขึ้น โดยรวมสำหรับเรื่องนี้ผมให้ 6/10 เป็นมินิซีรีส์ไม่ค่อยมีเนื้อหามากหนัก ไม่ได้มีความซับซ้อน เน้นทางความสัมพันธ์ตัวละครเป็นหลัก เหมาะสำหรับบุคคล 18+ เท่านั้น ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวเท่านั้น และสามารถรับชมได้ทุกตอนทาง Gagaoolala

Read More

Was this review helpful to you?
Completed
Gelboys
0 people found this review helpful
3 days ago
7 of 7 episodes seen
Completed 0
Overall 10
Story 10
Acting/Cast 10
Music 10
Rewatch Value 10

Gelboys (2025) GELBOYS สถานะกั๊กใจ

สำหรับเรื่อง Gelboys (2025) GELBOYS สถานะกั๊กใจ เป็นซีรีส์วายแนววัยรุ่นค้นหาตัวเอง (Coming of Age) โรแมนติกใส ๆ (Romantic So Cute) มีจำนวน 7 ตอน ในด้านของเนื้อเรื่องและพล็อต (Plot & Storyline) เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ความไม่ชัดเจน หรือ การกั๊กสถานะกัน แบบมีความสัมพันธ์ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมตกลงหรือให้ความชัดเจนว่า เป็นอะไรกันนั้นเองของวัยรุ่นยุค Gen Z ผ่านกิจกรรมของของวัยรุ่น รุ่นใหม่ คือ การทำเล็บเจล ส่วนตัวสำหรับเรื่องนี้นั้นด้วยเนื้อหาเพียง 7 ตอน ทำให้ในทุกๆตอนที่ออกมามีความเข็มข้น การพัฒนาความสัมพันธ์ค่อยๆ ขึ้นอย่างมีระดับ ถ้ามองเรื่องที่ผ่านๆมาของซีรีย์วาย เรื่องนี้อาจจะมีความแปลกใหม่การนำเสนอ การนำเสนอกิจกรรม Gen Z การทำเล็บเจล มาสื่อกลางการทำกิจกรรมของตัวละคร จริงๆ ในเรื่องก็มีหลากหลายอารมณ์ความรู้สึกของวัยรุ่น เศร้่า รักโรแมนติก การผิดหวังที่จะรัก ความผิดหวังที่รู้สึกที่ตรงกัน ยิ่งประเด็นสถานนะที่เขาเรียกว่า กั๊ก สถานะที่ไม่ชัดเจน ยิ่งทำให้ตัวเนื้อเรื่องมีความสนุก ตื่นเต้นไปอีกฃ

ส่วนของตัวละครและนักแสดง (Characters & Cast) เองเป็นส่วนที่ทำให้เนื้อเรื่องนี้สมบูรณ์แบบการแสดงคู่หลักทั้ง 2 คู่ เชียรกับ โฟร์มด และ บัวกับบ้าบิ่น ทั้งหมดสามารถแสดงได้อย่างดี เป็นธรรมชาติ ส่วนตัวชอบการถ่ายทอดอารมณ์เศร้า ความรู้สึกผิดหวังตัวละคร พวกเขาถ่ายทอดออกมาดีมาก เมื่อถึงซีนเหล่านั้นผมเองน้ำตาซึมทุกครั้งเลย และที่น่าแปลกสำหรับผมเมื่อถึงซีนที่เขาจูบกันหรือ มองผ่านสายตาความรู้สึก ใจผมเองรู้สึกใจเต้นทุกครั้งเมื่อถึงซีนเหล่านั้น ทำออกมาดีเลย ขอชื่นชมครับ

ต่อมาโปรดักชั่น (Production & Direction) เป็นสิ่งที่ผมชอบมากที่สุด ภาพเรื่องนี้เองมีความแปลกใหม่ไม่เหมือนซีรี่ย์เรื่องอื่น และผมมารู้ทีหลังว่าเป็นการถ่ายทำด้วยสมาร์ตโฟน (Shot on iPhone) ภาพมันมีความแตกต่างเรื่องอื่นๆ โทนภาพที่แตกต่างกัน ผมรู้สึกชอบอะ บรรยากาศการจัดองค์ประกอบต่างๆ ถือว่าทำออกมาเข้าบรรยากาศ การเข้าถึงบรรยากาศห้องนอนส่วนตัวของเด็ก Gen Z การนำวัฒนธรรมเด็ก Gen Z มาถ่ายทอดการเต้น tpop tiktok การทำเล็บเจล ถือว่าถ่ายทอดออกมาได้สมกับตอนนี้ขอชื่นชม ส่วนซีนความสัมพันธ์ (์NC) ฉากโรแมนติกที่บางซีนแค่จูบกันมองตากัน แค่นั้นทำให้ผมเองใจสั่นแล้ว Original Soundtrack "เลิกกั๊กแล้วรักก่อน (RED FLAG)" – ร้องโดย นิว ชยภัค (NEW CHAYAPAK) เป็นเพลงผมเองรู้สึกชอบและฟังถึงตอนนี้ การใช้ภาษาของเด็กทำให้เพลงมันติดหู น่าฟัง

สุดท้ายสำหรับเรื่องนี้ Gelboys (2025) ขอให้ 10/10 ด้วยเป็นซีรี่ส์ที่สมบูรณ์แบบทุกองค์ประกอบ เป็นเรื่องที่รู้สึกว่ามีความแปลกใหม่ของเรื่องราว การนำวัฒนธรรมของ GenZ มาประยุกต์กับซีรี่ส์ทำให้ตัวซีรีส์มีความสนุกแบบใหม่ๆ และผมอยากแนะนำทุกคนลองดูกัน สามารถรับชมได้ทุกตอนทาง IQIYI





Read More

Was this review helpful to you?
Completed
Gelboys Season 2
0 people found this review helpful
3 days ago
8 of 8 episodes seen
Completed 0
Overall 8.0
Story 8.0
Acting/Cast 10
Music 8.0
Rewatch Value 7.0

Gelboys Season 2 (2026) ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน

สำหรับเรื่อง Gelboys Season 2 (2026) ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน เป็นซีรีส์วายแนวัยรุ่นโรแมนติก-คอมเมดี้ (Romantic Comedy) ที่สอดแทรกวัฒนธรรมแฟนด้อม (Fandom) และวงการไอดอล มีจำนวนตอน 8 ตอน ด้านของเนื้อเรื่องและพล็อต (Plot & Storyline) สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต่อจาก GELBOYS สถานะกั๊กใจ (2025) จากกการที่พวกเขาจีบกัน กั๊กความรู้สึกต่อกันมาต่อภาคนี้ที่พวกเขารักกันแล้ว และก็มีบททดสอบครั้งใหญ่ในสถานะใหม่ คือ "แฟนคลับ" วงการไอดอล ที่มีเรื่องต่างๆ มากมาย ในมุมมองส่วนตัวความคาดหวังที่ SS1 ที่ทำออกมาอย่างประสบความสำเร็วมีย่อมหวัง SS2 ว่าจะดีมากขึ้นกว่า แต่ก็ไม่ได้เป็นตามที่ผมหวังไว้ อาจจะเพราะ SS1 การเล่าความสัมพันธ์ตัวละครอย่างเป็นลำดับ พัฒนาความสัมพันธ์ในทุกๆตอน ทำให้เราอินไปกับเรื่องราว แต่พอ SS2 พวกเขารักกันแล้ว และบางมุมเองผมยังเข้าไม่ถึง หรือไม่เข้าใจการเป็นแฟนด้อม

ส่วนของตัวละครและนักแสดง (Characters & Cast) ส่วนตัวนักแสดงหลักทั้ง 2 คู่แสดงได้ดีอยู่ละ แต่สำหรับภาคนี้ขอยก ภีม วีรวิชญ์ & ไม้ ณัฐภัทร (เจล - เบบี้) ผมรู้สึกชอบคู่นี้อะ มีเคมีความน่ารักสดใสอะ แต่ออกมาน้อยมาหน่อยแต่ก็รูสึกว่าชอบเป็นพิเศษ 5555

ต่อมาโปรดักชั่น (Production & Direction) ถ้ามองที่ผลงานภาพที่ออกมาดูมีความเป็นเอกลักษณ์ แต่ถ้าเทียบ SS1 ผมมองว่า SS1 ทำออกมาได้ดีกว่า การแบ่งพาร์ทอดีต -ปัจจุบัน ถ้ามีการแบ่งพาร์ทอดีตรวดเดียวเลย แล้วค่อยย้อนพาร์ทปัจจุบันทำให้ลดการสับสนในตัวเรื่องราวได้

โดยรวมสำหรับเรื่องนี้ Gelboys Season 2 (2026) ผมให้ 7/10 อาจจะเป็นเพราะการเล่าเรื่องที่เริ่มจากการที่พวกเขารักกันแล้ว ส่วนตัวยากนะที่อินไปกัยเรื่องราวตาม SS1 เสียดายผมคาดหวังไว้มากเพราะ SS1 ทำให้เรื่องนี้เป็นซีรี่ย์ที่ผมรักมากที่สุด ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวผมเท่านั้น ก็อยากแนะนำรับชมได้ทุกตอนทาง IQIYI




Read More

Was this review helpful to you?
Completed
Connecting to You
0 people found this review helpful
3 days ago
12 of 12 episodes seen
Completed 0
Overall 9.0
Story 9.0
Acting/Cast 10
Music 10
Rewatch Value 10

Connecting to You (2026) 整個世界,只有你連上了我 9/10

สำหรับเรื่อง Connecting to You (2026) เป็นซีรี่ส์ไตหวันแนว โรแมนติก, คอมเมดี้, แฟนตาซี มีจำนวน 12 ตอน ในด้านของเนื้อเรื่องและพล็อต (Plot & Storyline) เป็นเรื่องราว"เจียข่าย" Lin Chia Kai ชายหนุ่มที่สามารถมองเห็น"เส้นด้ายแห่งความเชื่อมโยง" ระหว่างผู้คน สีแดง = ความรัก สีเขียว = ครอบครัว สีน้ำเงิน = ความเกลียดชัง แต่เขาเองไม่มีเส้นด้ายเชื่อมโยงกับใครเลยจนมาพบ "ต้าเหว่ย" Wu Ta Wei ตำรวจหนุ่ม ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นในการร่วมมือกันไขคดี ความใกล้ชิดทำให้เกิดการพัฒนาความสัมพันธ์ขึ้น ส่วนตัวสำหรับเรื่องเป็นซีรี่ส์ที่มีเนื้อเรื่องน่ารักสดใส เชิงบวกก็ได้ พล็อตแปลกใหม่และน่าติดตาม การลำดับเรื่องค่อยๆ ทำให้เราสามารถเห็นพัฒนาการของตัวละครอย่างเป็นลำดับ ในตัวเรื่องเองอาจจะมีพาร์ทที่จริงจังไปบ้างแต่ก็ใส่ความคอเมดี้ไว้ทำให้ดูแล้วไม่รู้สึกเบื่อ

ส่วนของตัวละครและนักแสดง (Characters & Cast) ทั้งคู่มีเคมีการแสดงดีมาก น่ารัก เล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนตัวชอบ Liu Yu Ren ที่แสดงเป็น Wu Ta Wei เป็ยนักแสดงที่หล่อ น่ารัก ยิ้มแล้วใจผมละลายอะ 55555

ต่อมาโปรดักชั่น (Production & Direction) ส่วนตัวชอบชมตั้งแต่ฉากเปิดตัว (Anime-style opening) มีความแปลกใหม่สดใส ภาพในตัวเรื่องราวมีความละมุน สวย สดใส ช่วยเสริมตัวเรื่องราวได้ดีอย่างยิ่ง การออกแบบการใช้สีเส้นดาย แสดงถึงความสัมพันธ์ของตัวละครถือว่าสามารถสื่อสารออกมาได้อย่างดี เข้าใจง่าย

สุดท้ายสำหรับเรื่อง Connecting to You (2026) ผมให้ 9/10 จริงๆ สมบูรณ์แบบทุกองค์ประกอบ แต่ตอนจบอาจไม่ได้เป็นตามที่คาดหวังไว้ แต่ก็เป็นความคาดหวังส่วนตัวผมเอง 55555 ใครสนใจซีรีส์วายน่ารัก สดใส ผมอยากแนะนำเรื่องนี้เลยครับ สามารถรับชมได้ทุกตอนทาง IQIYI


Read More

Was this review helpful to you?
Completed
Summertime
0 people found this review helpful
3 days ago
10 of 10 episodes seen
Completed 0
Overall 9.0
Story 8.0
Acting/Cast 10
Music 8.0
Rewatch Value 10

Summertime (2026) 하절기

สำหรับเรื่อง Summertime (2026) 하절기 เป็นซีรีส์วายแนววายเกาหลี ซีรีส์แนวโรแมนติก-ดราม่าก้าวข้ามผ่านวัย (Coming-of-Age) มีจำนวนตอน 10 ตอน ในด้านของเนื้อเรื่องและพล็อต (Plot & Storyline) ที่เล่าเรื่องราวของ ยออึนโฮ (Yeo Eun Ho) และ ชาโดฮยอน (Cha Do Hyeon) เพื่อนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน โดยชาโดฮยอน (Cha Do Hyeon) แอบรักยออึนโฮ (Yeo Eun Ho) มาโดยตลอด แต่เมื่อควอนอีฮยอน (Kwon I Hyeon) นักเรียนใหม่ที่เข้ามา ทำให้ชาโดฮยอน (Cha Do Hyeon) อาการหึงหวงปะทุ ทำให้ต้องรุกจีบมากเกินขึ้น ด้วยมีซีรี่ส์จำนวน 10 ตอน แต่ละตอนค่อยว่าลำดับความสัมพันธ์อย่างเป็นลำดับค่อยเป็นค่อยไป ทำให้เราสามารถอินไปกับเรื่องราวได้ สิ่งที่ผมชอบชาโดฮยอน (Cha Do Hyeon) การรุกจีบมากขึ้น แบบใครก็ห้ามเข้าใกล้ 55555 น่ารักดี ปัญหาสังคมวัยรุ่น การเป็น LGBTQ ในสถาบันการศึกษาของควอนอีฮยอน (Kwon I Hyeon) ที่ยังไม่มีการเปิดรับ เลยต้องหนีมาเรียนที่นี้ แต่อย่างน้อยเขาเปิดใจ และการเปิดรับมากขึ้นที่นี้

ส่วนของตัวละครและนักแสดง (Characters & Cast) โดยรวมก็แสดงได้ดีเป็นธรรมชาติ ตัวนักแสดงเองมีความน่ารัก สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้ดี มีเสน่ห์ในตัวละคร เคมีนักแสดงยออึนโฮ (Yeo Eun Ho) และ ชาโดฮยอน (Cha Do Hyeon) มีความเป็นธรรมชาติ เมื่ออยู่ด้วยกันเข้ากันมาก การใช้สายตาแทนอารมณ์ความรู้สึกผมถือทำออกมาได้ดีเลยครับ

ต่อมาโปรดักชั่น (Production & Direction) โดยรวมภาพที่ออกมาเข้าบรรยกาศในตัวเรื่องราว บรรยากาศในโรงเรียน การถ่ายทำมุมกล้องที่ช่วยส่งอารมณ์ความรู้สึกตัวละคร สายตาแทนการสื่อสารซึ่งมองว่าทำออกมาได้ดีเลยครับ ส่วนฉากโรแมนติกและเลิฟซีน (NC Scenes) ส่วนตัวรู้สึกชอบดีนะ ภาพที่ออกมามีความสวยไม่เหมือนใคร การจัดวางมุมกล้อง แสงสี ส่วนส่งซีนนั้นได้อย่างดีเลยครับ

สรุปสุดท้าย สำหรับซีรีส์เรื่อง Summertime (2026) 하절기 เรื่องนี้ผมให้ 9/10 สำหรับผมเป็นซีรีส์วายเกาหลีที่ผมรู้สึกชอบเรื่องหนึ่งตั้งแต่ตัวเรื่องราว นักแสดง โปรดักชั่น ทำออกมาได้ดีเลย ใครชอบซีรี่ส์แนวนี้อยากแนะนำเรื่องนี้กัน สามารรับชมได้ทุกตอนทาง IQIYI

Read More

Was this review helpful to you?
Completed
Nour
0 people found this review helpful
6 days ago
10 of 10 episodes seen
Completed 0
Overall 9.0
Story 9.0
Acting/Cast 10
Music 10
Rewatch Value 10

Nour The Series ซีรีย์วายแนวใหม่ น่าดู

Nour The Series ซีรีส์วายแนวสืบสวนสอบสวน-อาชญากรรม ผสานความลับแห่งโลกแฟนตาซีเหนือธรรมชาติ ในด้านของเนื้อเรื่องและพล็อต (Plot & Storyline) สำหรับผมเป็นซีรีส์ที่มีพล็อตแปลกใหม่และแตกต่างจากซีรีส์วายทั่วไปอย่างชัดเจน สามารถผสมผสานหลากหลายอารมณ์ไว้ในเรื่องเดียวได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความรัก โรแมนติก ดราม่าเศร้า ไปจนถึงความตื่นเต้นระทึกใจ เสน่ห์สำคัญอีกอย่างคือการวางปมปริศนาให้เราได้ร่วมค้นหาความจริงไปพร้อมกัน ทำให้ทุกตอนตื่นเต้น น่าติดตาม และไม่มีช่วงที่รู้สึกเบื่อเลย การลำดับเรื่องราวทำได้ดีมาก ถึงจะค่อยเป็นค่อยไปแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความเข้มข้นในทุกๆ ตอนครับ

ส่วนของตัวละครและนักแสดง (Characters & Cast) เรื่องนี้เป็นการผสมผสานระหว่างนักแสดงที่มีประสบการณ์และนักแสดงหน้าใหม่ แต่ทุกคนสามารถถ่ายทอดบทบาทได้อย่างเป็นธรรมชาติและเข้าถึงคาแรกเตอร์ได้อย่างน่าประทับใจ สำหรับมิติความสัมพันธ์ คู่ของ "เจมส์-เคน" มีการปูเรื่องราวและพัฒนาความสัมพันธ์อย่างค่อยเป็นค่อยไปทีละขั้น ทำให้เราค่อยๆ ซึมซับความรู้สึก เข้าใจบริบท และอินไปกับความรักของพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในส่วนของคู่ "จิรัต-ชิตะ" แม้จะมีการพัฒนาความสัมพันธ์อย่างช้าๆ และนักแสดงก็ถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก แต่ส่วนตัวมองว่าซีรีส์ยังให้ Airtime กับคู่นี้น้อยไปหน่อย ทำให้ยังไม่อินเท่าที่ควร เช่นเดียวกับคู่ "ปานิน-เรน" ที่มีเคมีเคมีบางอย่างที่ลงตัวจนดูแล้วต้องยิ้มตามทุกครั้ง แต่ก็แอบเสียดายที่มีเวลาในเรื่องน้อยไปนิด อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมถือว่านักแสดงทุกคนทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม ผมเองมองว่าสามารถทำให้ตัวผมคล้อยตาม อินไปกับกับเรื่องราว ได้ถือว่าดีละ

ต่อมาโปรดักชั่น (Production & Direction) ส่วนตัวชอบผลงานการกำกับของ Boss Wasakorn ติดตามมาจากซีรีส์เรื่อง Top Form ก็เรื่องนี้ก็ทำออกมาดีเช่นกัน สมกับการรอคอย โดยรวมภาพและบรรยากาศในตัวเรื่องจัดองค์ประกอบทุกองค์ประกอบได้อย่างดี เข้ากับบรรยากาศ ที่มีความลึกลับ น่าค้นหา สิ่งที่ชอบอีกอย่างทุกๆองค์ประกอบของเรื่องราว สถานที่ ที่ใส่มาในตัวเรื่องมีความหมายทุกๆ องค์ประกอบ ทำให้การชมในทุกๆตอน ก็ต้องตั้งใจดูพิเศษ 5555 สำหรับซีนความสัมพันธ์ตัวละคร Love Scene สำหรับทั้งคู่มีความแปลกใหม่ และไม่เหมือนใคร และการผสมแสง สี ความเป็นศิลปะ ทำให้ผมมองว่าภาพที่ออกมามีความสวย แปลกใหม่จริงๆ และที่พลาดไมได้เลย เพลงประกอบซีรีส์ (OST) เรื่อง "NOUR The Series" Rainbow Unfulfilled /The Sweetest Line /Unspoken Load ทั้งสามเพลงกลายเป็นเพลงโปรดของผมไปแล้ว เพราะมาก และเข้ากับตัวซีรีส์อย่างยิ่ง ปิดท้ายด้วยอีกประเด็นที่ต้องขอชื่นชมเป็นพิเศษ คือการเลือกใช้สถานที่ถ่ายทำในจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยถ่ายทอดบรรยากาศของเรื่องได้อย่างมีเสน่ห์ แต่ยังเป็นการช่วยโปรโมตการท่องเที่ยวในท้องถิ่นไปในตัว ถือเป็นจุดเด่นที่น่าประทับใจมากครับ

สรุปสุดท้าย สำหรับซีรีส์เรื่อง Nour The Series ผมขอให้คะแนนที่ 9/10 ถือเป็นซีรีส์วายที่มีความลงตัวและสมบูรณ์แบบในเกือบทุกองค์ประกอบ ถึงแม้จะมีข้อเสียดายเล็กๆ ในเรื่องของการจัดสรรเวลาให้ตัวละครบางคู่ที่น้อยไปนิด แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมและความสนุกของเรื่อง ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นและความรู้สึกส่วนตัวของผมเท่านั้นและอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองเปิดใจรับชมกันดูจริงๆ ครับ โดยสามารถรับชมแบบครบทุกตอนได้ทาง WeTV ครับ!

Read More

Was this review helpful to you?
Completed
The Last Oath
0 people found this review helpful
23 hours ago
24 of 24 episodes seen
Completed 0
Overall 10
Story 10
Acting/Cast 10
Music 10
Rewatch Value 10

The Last Oath 末誓 ดีเกินคาด !

สำหรับเรื่อง The Last Oath 末誓 เป็นซีรีส์วายจีน (Chinese BL - Boys' Love) แนวไซไฟ-แอ็กชันเอาชีวิตรอดจากซอมบี้ จำนวน 24 ตอน สำหรับเรื่องนี้ดีเกินคาดในทุกองค์ประกอบ ในด้านของเนื้อเรื่องและพล็อต (Plot & Storyline) เรื่องราวทีเกิดการแพร่ไวรัสซอมบี้ระบาดไปทั่วโลก ทุกๆคนต่างก็เอาชีวิตรอด หนึ่งในนั้น Lin Zai จากการหนีจากซอมบี้ สุดท้ายเขาก็โดนกัด แต่ไม่ได้ติดเชื้อ"ภูมิคุ้มกัน" พิเศษที่ไม่เหมือนใคร วันหนึ่งเขาก็ได้ช่วยเหลือคนคนหนึ่งที่รับบาดเจ็บ A Lie ทหารรับจ้าง ที่มีภารกิจเพื่อหาคนที่มี "ภูมิคุ้มกัน" การพบกันระหว่างทั้งสองจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ ความรัก หน้าที่ภารกิจ โดยรวมสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้มีความน่าสนใจด้วยเป็นเรื่องราวที่มีความแปลกใหม่ การนำเสนอเรื่องราวการเอาชีวิตรอดจากซอมบี้ เป็นสิ่งที่ทำให้ผมดูเรื่องนี้ ด้วยจำนวนตอน 24 ตอน สัปดาห์ละ 2 ตอน ถือเป็นมีจำนวนตอนเยอะ ฟินไปหลายสัปดาห์ 55555 อีกทั้งทำให้เราสามารถที่อินไปกับเรื่องราวของตัวละคร การพัฒนาความสัมพันธ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป ความใกล้ชิด จนไปสู่การก้าวข้ามภารกิจนำไปสู่ความรัก การปกป้อง ดูแล ความหมายของชีวิตเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อ ถือว่าทำออกมาดี สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเรื่องนี้ คือ การผสมผสานเรื่องราวต่างๆ ขนานกัน แล้วผลลัพธ์ที่ออกมาถือว่าทำได้ดี

ส่วนของตัวละครและนักแสดง (Characters & Cast) Chen Liang รับบทเป็น Lin Zai และ Chen Ming Hao รับบทเป็น
A Lie เป็นเรื่องนี้นักแสดงคู่หลักมีเสน์ห หล่อ เท่ เล่นได้สมบทาท เป็นธรรมชาติ "ฉากต่อสู้" Action Scene เป็นซีนส่วนตัวชอบมากที่สุด ทำให้เห็นว่านักแสดงมีความตั้งใจ ทำการบ้านมาดีมาก และเคมีทั้งสอง สายตาบ่งบอกอารมณ์ ผมรู้สึกเขิลทุกครั้งเวลาพวกเขามีโมเม้นต์กัน ส่วนอีกคู๋หนึ่ง Lu Lu รับบทเป็น He Yao และ Wang Chao Yang รับบทเป็น Sheng Chang Huan ทั้งคู่ก็แสดงได้ดี แล้วก็ทำให้ผมรู้สึกโกรธตัวละครได้ 5555 แต่ก็เข้าใจในมุมที่ He Yao ทำเพราะเขาเองก็ช่วยคนรัก และต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้คนรักรอด

ต่อมาโปรดักชั่น (Production & Direction) เริ่มที่ Opening Credits ดูมีความแปลกใหม่ ครั้งแรกที่ดูอาจจะมองว่าอาจจะไม่ใช่ซีรีย์วาย 5555 แต่โดยรวมสวย เข้าบรรยากาศของซีรีส์ งานภาพและบรรยากาศถือว่าเลือกสถานที่ถ่ายทำเข้าบรรยากาศ ป่าไม้ อาคารร้าง หรือโรงงานทำออกมาได้สมจริง ตัวผีดิบทำได้น่ากลัวดี 555 ซีนความสัมพันธ์ตัวละคร Love Scene ว้าวมากๆ "เกินคาดมาก" จูบทำออกมาได้ร้อนแรง เสียงและอารมณ์ควารู้สึก ทำได้ดีเลย

สุดท้ายโดยรวมสำหรับซีรีส์เรื่อง The Last Oath 末誓 ผมให้ 10/10 โดยไม่ต้องคิดอะไรเพราะผมชอบทุกองค์ประกอบ สามารถรับชมได้ทุกตอนทาง GagaOOlala

Read More

Was this review helpful to you?